| yosakorn's profileเห็นเค้าถามว่า " โย้ไหน ...PhotosBlogLists | Help |
|
December 14 ความ ขวัญ ตอน ฝัน ตา11/12/49
เคยมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า เหตุผลอะไรเหรอที่มันมักจะส่งเสริมความรู้สึกตัวเอง ให้รู้สึกเพิ่มขึ้นจากรู้สึกเป็นรู้สึกอีก สมมุติถ้าเกิดผมเกลียดคนคนนั้นล่ะ เกลียดแบบสุดใจเลยนะ ผมจะเกลียดเค้าได้มากขึ้นอีกไหม ผมอยากรู้ขีดจำกัดความรู้สึกคนเรามันขีดไว้ที่แค่ไหน อย่ามาทำเป็นโชตอบเท่ว่าไม่มีขีดจำกัดหาค่าไม่ได้ ถ้าตอบไม่ได้ก็บอกมาตรงๆ ผมไม่ได้อะไร แค่สงสัยและอยากเข้าใจในในแต่ละมุมมอง ว่าแต่ถ้าคำถามถูกตั้งใหม่เปลี่ยนโจทย์มาเป็นเรื่องสบายๆ เปลี่ยนโจทย์มาถามว่า ถ้าคุณรักใครสักคนแบบเต็มปรี่จินตนาการ คุณว่าคุณจะรักเค้าได้อีกไหม คำตอบน่ะมันได้ชัว ว่าแต่อะไรเหรอที่มันเป็นตัวช่วยให้รักเพิ่มไม่รู้จบ
สำหรับผมแล้วนะ ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องเหล่านี้หรอก รู้แต่วันก่อนวันนี้ พรุ่งนี้จะให้ ให้เท่าที่มี ให้มันแบบนี้ ให้มันอยู่ได้ ให้ให้พอ ให้ให้พอใจ ให้เรื่อยๆไป เออจะให้ โอเคแค่นั้นพอ ผมไม่มานั่งสนใจอะไรให้มากความหรอก ความรักมันก็ต้องการแค่นี้ ต่างคนต่างให้ และต่างคนต่างรับด้วยรอยยิ้ม จนกระทั่ง ณ วันนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยกับทุกคนมันดันเกิดขึ้นกับผม และ เธอ
หลังจากที่ผมและเธอกับอีก2เพื่อน จบจากการรับประทานอาหารมื้อร้อนตอนอากาศเย็นที่ริมถนนรถเร็วแรง ก็เตรียมตัวที่จะไปส่งเธอและเพื่อนกลับสู่บ้านหลังเหลี่ยมเล็กชั้นลอย ในขณะที่รถกำลังขับไปในสภาพปกติ ไปจนถึงที่เลี้ยวรถเค้าหัวโค้งเปลี่ยวมืด อยู่ๆเจ้ากระบะอ้วนก็หยุดหายใจ ส่งเสียงไอค๊อกแค๊กก่อนจะนิ่งสนิทราวกับผิดปกติ หน้าตาผมถูกเปลี่ยนสีจากหน้าดำเป็นสีดำอ่อน หยดน้ำในร่างกายถูกขับออกมาตามรูขุมขน ใช่ครับรถผมเสีย คุณรู้ผมรู้ใครก็รู้ คนวิ่งไม่ได้คือรถเสีย แต่มันเสียที่อะไรวะ คุณไม่รู้ และผมก็ไม่รู้ เธอและเพื่อนก็ไม่รู้ สิ่งเดียวที่ผมทำในตอนนี้คือ อ้อนวอนกับความลี้ลับ ร้องขอโอกาสอีกสักทีขอพาเจ้ากระบะอ้วนคันนี้เดินหนีโค้งเปลี่ยวสุดอันตรายไปก่อน ทันทีที่ร้องขอความลี้ลับท่านก็ได้ยิน ท่านสะกิดเจ้ากระบะอ้วนให้ตื่นชนิดงัวเงีย ผมรีบพาตัวเองและเธอกับเพื่อนออกจากจุดนั้นในทันใด เป้าหมายต่อไปทำอะไรก็ได้แต่ขออยู่ในปั้มน้ำมันก็เป็นพอ
แต่แล้วความโชคร้ายไม่จบสิ้น ความลี้ลับยังไม่ต้องการให้ตัวผมถูกปลดปล่อย ท่านเสกให้เจ้ากระบะอ้วนหลับไหลอีกครั้ง ซ้ำหนักกว่าเก่า คือเราติดแหงกคาสะพานตรงทางโค้งรถเร็วแรงพอดิบพอดี จบสิ้นทุกสิ่งอย่าง ผมทำทุกวิธีก็ไม่อาจเรียกเจ้ากระบะอ้วนให้ตื่นจากนิทรา เลยเปลี่ยนความช่วยเหลือจากความลี้ลับไปลงที่คนทางบ้าน พ่อรถเสียทำไงดี แทนที่จะได้ความช่วยเหลือที่แสนดี กลับได้ความนอยเข้าตัวที่จัดให้โดยคุณพ่อท่านนั่นเอง พ่อไม่พอใจที่ขับรถประสาอะไรปล่อยให้น้ำมันหมด พ่อจะให้เช็คโน่นนี่ผมก็ทำไม่ได้ เพราะตัวเองดันเปิดฝากระโปรงรถไม่เป็น วันนี้มันสะท้อนตัวผมเองจริงๆว่า เอาแต่ขับไม่หัดเรียนรู้อะไรเลย
ในขณะที่เธอและเพื่อนกำลังยืนโบกรถตรงหัวโค้งเพื่อไม่ให้รถที่ผ่านไปมาแวะมาสะกิดรถผม ก็มีผู้หวังดีนามแท๊คซี่โฉบเข้ามาแสดงน้ำใจ น้ำมันหมดคือคำตอบที่ผมได้ พวกเรารีบโทรหาคนใกล้ ซื้อน้ำมัน 1 ถังไม่ใหญ่ เอาแค่พอวิ่งได้ เอามาช่วยเติมพลัง ระยะเวลาก็ผ่านไปแจ๊สชมพูกับ1ถังน้ำมันถูกส่งมาช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ถ้าแบบนี้มันก็ดูง่ายไป ยังครับยังไม่จบสิ้น หลังจากที่เติมน้ำมันเข้ารถ แต่ทว่าเนื่องจากรถอยู่ในสภาพคาสะพาน รถเอียงมาด้านหลังน้ำมันที่เติมจึงไม่ไหลเข้าถัง ถังน้ำมันถังเล็กที่2 ถูกสั่งมาเพิ่มจากเพื่อนอีก1คนในระแวกนั้นที่หลับอยู่ ด้วยความไวของมอเตอร์ไซค์ชาวไทยจึงพาถังน้ำมันที่2มาเติมใส่ ในระยะเวลาที่รอไม่นานนัก โอเคน้ำมันพร้อมจบกันสะที วันนี้เข็ดอีกนาน ในขณะที่กำลังบิดกุญแจสะกิดเจ้ากระบะอ้วนให้ตื่นลืมตา สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น การสัมผัสของกุญแจรถมันไม่ถึงกระบะอ้วน แบตเตอรี่มีไม่พอ พระเจ้าไรกันวะเนี่ย น้ำมันหมด พร้อมกับแบตหมดในเวลาเดียวกัน ทำใจครับพี่ชั่วโมงนี้ โอดโอยยยยยยยยยย
ความนอยเข้าปกคลุมมันสมองและ2มือ2ขา ผมจะยืนไม่อยู่แล้วด้วยความกลัวพ่อสะเหลือเกิน แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ผมกลับกลัวพ่อมากกว่ากลัวรถรถสตาร์ทไม่ติด ท้องฟ้าที่มืดมิดถูกเปลี่ยนเป็นมืดสนิท ตรงหน้าผมเป็นภาพคน 3 คนยืนโบกรถกลางสะพานแลดูเป็นภาพที่อันตรายในความอบอุ่นช่วยกัน มองกลับกันกลับมองตัวเอง เป็นภาพผู้ชายยืนคิ้วขมวดคิ้วชนกับ1เธอคนนั้นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ผมระบายเรื่องพ่อ ผมพูดมากแต่เธอไม่พูดอะไร เธอมองตายื่นมือมาเช็ดเหงื่อที่ใบหน้า ก่อนจับแก้มซ้ายและขวาของผมฉีกออก "ยิ้ม ก่อน นะ"
คำพูดสั้นๆไม่แฝงอะไรไม่ต้องคิดมากฟังเฉยๆก็เข้าใจ คำพูดง่ายๆที่ร่ายมนตร์สะกดให้ผมมีเรี่ยวแรงยืน
เหตุการณ์นี่แหละที่ช่วยให้คนเรามีความรู้สึกให้กันเพิ่มขึ้น ถ้าเราไม่ไปทานข้าวกันรถก็คงน้ำมันไม่หมด ถ้ารถน้ำมันไม่หมดผมคงไม่โดนพ่อว่า ถ้าผมไม่โดนพ่อว่าผมก็คงจะไม่นอย และถ้าผมไม่นอยผมคงไม่เห็นคนที่อยู่ข้างแทบจะตลอดเวลาว่าเป็นใคร คนที่ปลอบให้สบายใจ คนที่คอยพูดว่าไม่เป็นไร คนคนนี้ไง. . .
. . . ความขวัญตอนฝันตา
ปล.หลังจากยืนอยู่คาสะพานก็มีพลเมืองดีร่วมด้วยช่วยกันสื่อสารตามคนมาช่วยเหลือจนผ่านพ้นวิกฤตออกมาได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่แต่ ชาวโบกรถบ่นเมื่อยแขนจะเป็นจะตาย ผมเองก็ช่วยไรเค้าไม่ได้ ทำได้แต่ขอบคุณๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณ เจี๊ยบ เกตุ ขวัญเพื่อนสาว ที่อยู่กันตั้งแต่เริ่มยันจบ
1ถังน้ำมันจาก บี กับ 1ถังน้ำมันอีกทีจาก ทราย
แท๊คซี่พลเมืองดี กับ แก๊งร่วมด้วยช่วยกัน
คนไทยมีน้ำใจว่ะ จริงๆนะ ไม่เชื่อลองรถเสียดูซิ . . . Comments (10)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://yohnai.spaces.live.com/blog/cns!F7BF354A48A7BB86!687.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|